การแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง

ถ้าคำนึงถึงจำนวนบริษัทฝรั่งเศสในประเทศไทย การค้าระหว่างประเทศทั้งสองนับว่ามีจำนวนน้อย ในปี 2546 สินค้านำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสมีมูลค่าทั้งสิ้น 667 ล้านยูโร ฝรั่งเศสอยู่ในอันดับที่ 49 ของประเทศคู่ค้าทั้งหมด ในขณะที่สินค้าส่งออกไปยังประเทศฝรั่งเศสมีจำนวนมากเป็นอันดับที่ 34 และมีมูลค่าถึง 1,373 ล้านยูโร ดังเช่นในปี 2545 การซื้อขายสินค้าระหว่างสองประเทศลดลง (ปี 2546 ลดลงร้อยละ 9)

เหตุผลที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้คืออะไร

ประการแรก วิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจมีผลลบต่อการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง ค่าเงินบาทที่ลดลงอย่างมากทำให้การนำเข้าสินค้ายังประเทศไทยทุกประเภทลดน้อยลง และในขณะเดียวกันเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออก ถึงแม้ว่าในปี 2543 ประเทศฝรั่งเศสขาดดุลการค้าประเทศไทยกว่า 1 พันล้านยูโร แต่หลังจากนั้นสถานการณ์กลับไปเป็นดังช่วงก่อนวิกฤตการณ์ กล่าวคือฝรั่งเศสขาดดุลประเทศไทยแต่จำนวนไม่มากเท่าปี 2543

ประการที่สอง มูลค่าการนำเข้าสินค้ามายังประเทศไทยโดยทั่วไปมีตัวเลขไม่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเซ็นสัญญาซื้อขายสินค้ามูลค่าสูง (ซึ่งมีไม่มากนัก) ในปี 2546 สินค้าที่มีมูลค่ามากที่สุด 2 อันดับแรกคืออากาศยาน (เครื่องบิน ATR ซึ่งบริษัทบางกอกแอร์เวย์นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสจำนวนหลายลำมีมูลค่าร้อยละ 7) และเครื่องมือการสื่อสารประเภทต่างๆ (มูลค่าการติดตั้งเครือข่ายการสื่อสารของทีเอ-ออเร้นจ์โดยอัลคาเทลคิดเป็นร้อยละ 6)

สินค้าส่วนใหญ่ซึ่งประเทศฝรั่งเศสนำเข้าจากประเทศไทยได้แก่ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า (ร้อยละ 19) ผลิตภัณฑ์และเครื่องใช้ภายในบ้าน (ร้อยละ 17) อุปกรณ์และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ (ร้อยละ 15) รถยนต์ (ร้อยละ 6) ฯลฯ

ใส่ข้อมูลเมื่อ 31/05/2006

ด้านบนของหน้า