สารร่วมจากเอกอัครราชทูตเปรูและฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

จากลิมาถึงปารีส เปรูและฝรั่งเศสร่วมเส้นทางสู่การประชุม COP21

6 เดือนก่อนการประชุม COP21 เปรูและฝรั่งเศสยังคงจับมือกันทำงานเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เป็นผลดีต่อการเจรจาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์โภชผล อันจะนำไปสู่ผลสำเร็จที่กรุงปารีส ประชาคมโลกมุ่งหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้อุณหภูมิที่สูงขึ้นต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส กลุ่มจี 7 สนับสนุนเป้าหมายโดยรวมที่ลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกลงร้อยละ 40-70 จากพ.ศ.2553 ภายในพ.ศ.2593 โดยยึดรายงานวิทยาศาสตร์ครั้งล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เป็นพื้นฐาน การเจรจาน่าจะนำไปสู่ข้อตกลงที่เป็นสากล แก้ปัญหาได้จริงและมีผลบังคับทางกฎหมาย เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เปรูซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งประธานการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาฯ (Conference of the Parties หรือ COP) มีความรู้เป็นเลิศด้านกระบวนการ COP และมีวิสัยทัศน์ในการเจรจา ได้เสนอความช่วยเหลือฝรั่งเศสในการจัดเตรียมการประชุม COP21 เปรูและฝรั่งเศสทำงานกับสหประชาชาติโดยยึดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ร่วม ฝรั่งเศสจะรับตำแหน่งประธานการประชุม COP21 วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2558

ฝรั่งเศสได้รับหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการจัดการประชุม COP21 ณ กรุงปารีส ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม ในปีนี้ เปรูและฝรั่งเศสในฐานะประธานเต็มตัวรับฟังทุกฝ่ายเพื่อให้เข้าใจความกังวลและสิ่งที่แต่ละฝ่ายคาดหวังในช่วงเวลาเตรียมการที่เหลือก่อนการประชุม ทั้งคู่ต้องมีความเป็นกลางและไม่สนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฝรั่งเศสให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องกับเปรู พยายามทำให้แต่ละฝ่ายตระหนักถึงสิ่งต่างๆ และให้การสนับสนุนด้านเทคนิคผ่านรัฐบาล บริษัท ภาคประชาสังคม แม้กระทั่งกลุ่มศาสนาหรือกลุ่มชาติพันธุ์

ฝ่ายต่างๆ ได้ตกลงส่งเจตจำนงของประเทศในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายหลัง พ.ศ. 2563 (Intended Nationally Determined Contributions หรือ INDC) ซึ่งต้องส่งก่อนวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 INDC คือก้าวแรกที่จะช่วยให้ผู้เจรจาทราบถึงจุดยืนของแต่ละประเทศ และเป็นเครื่องมือที่มีค่าซึ่งสะท้อนหลักการของความรับผิดชอบร่วมที่มีความแตกต่างและความสามารถที่เกี่ยวข้องตามบริบทของแต่ละชาติ INDC และตัวบทที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ณ กรุงเจนีวา จะเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาในการประชุม COP21 เมื่อไม่นานมานี้ ที่เมืองบอนน์ (Bonn) ได้มีการการทบทวนตัวบทดังกล่าวภายใต้การนำของประธานร่วม ADP เพื่อจัดทำข้อตกลง COP21 ที่จะมีผลบังคับทางกฎหมายในอนาคตที่สั้นและชัดเจนกว่า

ทั้งเปรูและฝรั่งเศสต้องทำตัวเป็นผู้นำเพื่อเป็นตัวอย่าง ฝรั่งเศสได้ส่ง INDC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในพ.ศ. 2573 ฝรั่งเศสควรจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 40 จากพ.ศ.2533 และใช้พลังงานทดแทนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของพลังงานผสมผสาน (energy mix) ที่ใช้อยู่

เปรูได้ริเริ่มกระบวนการสอบถามความคิดเห็นภายในประเทศเพื่อให้ทุกฝ่ายมีมติเห็นชอบใน INDC ที่ตนเองเสนอ คณะกรรมการของภาคส่วนต่างๆ ได้ทำงานอย่างหนักในเรื่องของรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่จะนำไปตั้งเป้าหมายระดับชาติในการลดการปล่อยก๊าซสำหรับภาคธุรกิจ รวมทั้งการดำเนินการในหลายภาคส่วน อาทิ กระบวนการอุตสาหกรรม พลังงาน เกษตรกรรม ป่าไม้ การขนส่งที่ยั่งยืน และของเสีย ได้มีการส่งข้อเสนอในการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ร่วมลงมติเห็นชอบครั้งสุดท้ายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 และนำเสนอในเดือนกันยายน เปรูยังวางแผนปรับปรุงครั้งใหญ่เรื่องการปกป้องประชาชนกลุ่มเสี่ยงและการป้องกันการสูญเสียเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño)

เมื่อดูในภาพรวม 47 ประเทศซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ส่ง INDC เรียบร้อยแล้ว กระบวนการการพิจารณาเรื่องการมีส่วนร่วมระดับประเทศในประเทศไทยยังคงไม่เสร็จสิ้น การมีส่วนร่วมดังกล่าวเน้น 2 ภาคส่วนหลักอันได้แก่ภาคพลังงานและภาคการขนส่ง เรามั่นใจว่าไทยจะสามารถนำเสนอจุดยืนที่เสร็จสมบูรณ์ได้ภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ดังนั้น COP21 จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นจุดเริ่มต้น ตามการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เรามีเวลาน้อยกว่า 30 ปีที่จะลดการปล่อยก๊าซให้ได้อย่างรวดเร็ว และเห็นภาพการไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนเพื่อจำกัดอุณหภูมิที่สูงขึ้นให้ต่ำกว่า 2 องศา จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด
เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ก่อนอื่นเราต้องตัดสินใจให้ความสำคัญกับคาร์บอน ซึ่งเป็นก้าวแรก ประธานาธิบดีฝรั่งเศสสนับสนุนให้ดำเนินการตามทิศทางนี้เมื่อครั้งพิธีเปิดการประชุมสุดยอดว่าด้วยเรื่องสภาพภูมิอากาศและธุรกิจ (Business and Climate Summit) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปารีสเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วม 1,000 คนโดยประมาณซึ่งรวมถึงผู้นำภาคธุรกิจ รัฐมนตรีจากประเทศต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายมานูเอล ปุลการ์-วิดาล (Manuel Pulgar-Vidal) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเปรู ผู้เจรจาและองค์กรระหว่างประเทศ ดังนั้น เราจึงต้องเร่งรัดและปรับปรุงวิวัฒนาการของระบบการเงินการคลังและโครงร่าง เศรษฐกิจที่คำนึงถึงสภาพภูมิอากาศแบบใหม่จะเชื่อมโยงความก้าวหน้ากับการเติบโตผ่านผลตอบแทนจากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด พันธบัตรสีเขียว (green bonds) และนวัตกรรมทางด้านการเงินและเศรษฐกิจอื่นๆ

ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศผู้นำที่พัฒนาแล้วและกลุ่มจี 7 ได้ให้คำมั่นตั้งแต่พ.ศ. 2552 ว่าจะร่วมกันหาเงินให้ได้ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐจากแหล่งเงินทุนภาครัฐและเอกชนต่อปีเริ่มตั้งแต่พ.ศ. 2563 เงินส่วนหนึ่งจะเข้ากองทุน Green Climate Fund กองทุนนี้ได้รับเงินสนับสนุน 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐจากแหล่งเงินทุนภาครัฐ ภาคเอกชนมีส่วนร่วมเพื่อให้การประชุม COP21 ประสบผลสำเร็จ เช่นเดียวกันกับภาคประชาสังคม ทั้งคู่จะมีโอกาสพูดคุยในพื้นที่ที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะที่ปารีส และมีส่วนเกี่ยวข้องกับวาระ “Lima-Paris Action agenda” ซึ่งเป็นการริเริ่มร่วมกันระหว่างเปรู ฝรั่งเศส สำนักเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ และสำนักเลขานุการ UNFCCC วาระดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาและจะรวบรวมวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมจากทั่วโลกที่จะนำไปใช้ในภูมิภาคที่สภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติ เราคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนธรรมดาจะมีส่วนร่วมในกระบวนการที่นำไปสู่การประชุมที่ปารีส ดังนั้นเราจึงต้องทุ่มเทเพื่อให้เข้าถึงภาคประชาสังคมโดยรวม

การขับเคลื่อนของเปรู ฝรั่งเศส รวมทั้งไทยและประชาคมโลกในภาพรวมจะสร้างแรงผลักดันทางบวกในการคิดวิธีแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมซึ่งจะเปลี่ยนสังคมปัจจุบันให้เป็นสังคมคาร์บอนต่ำและฟื้นคืนสภาพเดิม เราสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าเพื่อคนรุ่นต่อไปได้ และเราต้องทำสิ่งนี้ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของเรา เรากำลังเขียนประวัติศาสตร์ของเราเอง ขึ้นอยู่กับเราที่จะต้องเขียนมันให้ดี เรามาเขียนประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับการประชุม COP21ด้วยกัน!

นายเฟลิกซ์ เดเนกรี
เอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย

นายตีแยรี วีโต
เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

ใส่ข้อมูลเมื่อ 21/07/2015

ด้านบนของหน้า