งานฉายภาพยนตร์สารคดี เรื่อง “Ice and the Sky” และเสวนา

เมื่อวันอังคารที่ 15 ธันวาคม สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ร่วมด้วยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดงานฉายรอบพิเศษภาพยนตร์สารคดี เรื่อง “Ice and the Sky” ผลงานการกำกับของลุค ฌัคเกต์ ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ หลังการประชุม COP21 ได้ปิดฉากลง พร้อมกันนี้ได้มีการเสวนาในหัวข้อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดำเนินรายการโดยนายเอริค โกลแวร์ ผู้สื่อข่าวชาวฝรั่งเศส

หลังจากที่การประชุมกรุงปารีสหรือการประชุม COP21 ณ เมืองบูร์เฌต์ ใกล้กรุงปารีส ได้ปิดฉากลงเป็นเวลาสี่วัน แขกผู้มีเกียรติจำนวน 147 คนมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Ice and the Sky” ผลงานการกำกับของลุค ฌัคเกต์ เจ้าของรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง เพนกวิน หัวใจจักรพรรดิ (March of the Penguins)

ภาพยนตร์เรื่อง “Ice and the Sky” ซึ่งได้รับเลือกให้ฉายในพิธีปิดเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตของโกล้ด โลริอุส นักภูมิอากาศวิทยาชาวฝรั่งเศส นับตั้งแต่ก้าวแรกของเขาในวัยหนุ่มบนเส้นทางการเป็นนักวิทยาธารน้ำแข็งจนถึงช่วงที่เขาได้รับรางวัล Blue Planet ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในสายอาชีพของเขา เทียบได้กับรางวัลโนเบลในสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

ก่อนการฉายภาพยนตร์ นายจิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยได้เน้นย้ำถึง”นัยสำคัญทางประวัติศาสตร์ของข้อตกลงที่มีการลงนามในการประชุม ณ กรุงปารีส (COP 21) ข้อตกลงฉบับนี้ได้กระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวในระดับนานาชาติอันแสดงถึงนัยสำคัญทางการเมืองด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของข้อผูกพันระดับโลกอย่างแท้จริงในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกและส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ” ท่านเอกอัครราชทูตได้กล่าวเสริมว่า “พันธสัญญาที่ได้ตกลงร่วมกันในการประชุมซึ่งประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จะได้รับการสานต่อในการประชุมภาคีสมัยหน้าหรือการประชุม COP22 ที่ประเทศโมร็อคโกจะเป็นเจ้าภาพ ณ เมืองมาร์ราเกช”

ทางด้านของนางหลุยซ่า รัคเฮอร์ รักษาการหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า “ข้อตกลงปารีสไม่เพียงแต่ถือเป็นชัยชนะของทวีปยุโรปเท่านั้น ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการแสดงให้เห็นถึงชัยชนะของประชาคมโลก ข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายและถูกจำกัดความว่าเป็น "หน้าประวัติศาสตร์ที่มุ่งบรรลุเป้าหมายสูงสุดและมีดุลยภาพ" เพื่อต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อน” นางหลุยซ่าได้ขยายความว่า “นี่เป็นข้อตกลงที่มุ่งบรรลุเป้าหมายสูงสุด เพราะหมายมั่นจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ได้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เป็นข้อตกลงที่มีผลผูกพัน เพราะกำหนดให้มีการทบทวนคำมั่นที่แต่ละประเทศได้ให้ไว้ทุกๆ 5 ปีและมีกระบวนการดำเนินงานที่โปร่งใส เป็นข้อตกลงที่แสดงถึงความเป็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะสหภาพยุโรปและประเทศที่พัฒนาแล้วตกลงจะให้เงินสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาปีละ 1 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งนี้ สหภาพยุโรปพร้อมที่จะสนับสนุนประชาคมโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ในการเผชิญหน้ากับปัญหาภาวะโลกร้อน”

ปิดท้ายด้วย นายประเสริฐ ศิรินภาพร ผู้อำนวยการสำนักงานประสานการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเพิ่งกลับมาจากการประชุม COP21 ได้ย้ำเตือนให้เห็นบทบาทที่ผ่านมาของประเทศไทยในการจัดทำและส่งเจตจำนงการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ INDC ไปแล้วก่อนวันที่ 1 ตุลาคม และกล่าวแสดงความยินดีที่ข้อตกลงได้รับการรับรอง

หลังการฉายภาพยนตร์สารคดีดังกล่าวจบลง นายเอริค โกลแวร์ ผู้สื่อข่าวและแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอริค โกลแวร์ เป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการจัดตั้งโรงเรียนผู้สื่อข่าวของ Canal France International (CFI) ประจำประเทศเมียนมาร์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงปีพ.ศ. 2549 - 2554 เขาเคยทำหน้าที่รับผิดชอบฝ่ายสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กับวารสาร Courrier International

ใส่ข้อมูลเมื่อ 18/12/2015

ด้านบนของหน้า